หนังใหม่ : Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน

หนังใหม่ : Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน ถูกดัดแปลงมาจากวรรณกรรมระทึกขวัญชื่อ All Things Cease to Appear ผลงานการเขียนของเอลิซาเบธ บรันเอจ กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดย เชอรี่ สปริงเกอร์ เบอร์แมน และโรเบิร์ต พูชินี่ บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักนักศิลปะอย่างแคทเธอรีน (อแมนด้า ไซย์ฟรีด) และจอร์จ (เจมส์ นอร์ตัน) ได้โยกย้ายสำมะโนครัวจากเมืองนิวยอร์กไปสู่ชนบทบ้านนาอันแสนเงียบสงบ เพราะจอร์จได้งานใหม่ที่มหาวิทยาลัยในฐานะอาจารย์ภาควิชาศิลปะ

จากอาชีพจิตรกร แคทเธอรีนได้กลายเป็นแม่บ้านแบบเต็มเวลา ประกอบกับความเป็นชนบทยิ่งทำให้เธอไม่มีกิจกรรมอะไรทำมากไปกว่าการจัดบ้าน เลี้ยงลูก และหาเวลาว่างไปนั่งวาดภาพที่ห้องใต้หลังคา แต่หลังจากเข้าพักอาศัยได้ไม่นานนัก ลูกสาวอย่างแฟรนนี่ (อนา โซเฟีย ฮีเจอร์) เริ่มเจอกับเหตุการณ์ประหลาดเช่นเงามืดปลายเตียง หรือไฟติดๆดับจนเธอขวัญเสียกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง

ความผิดปกติของบ้านหลังนี้เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจนแคทเธอรีนได้พบกับบันทึกบอกเล่าความเป็นมาของผู้ที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้ รวมไปถึงการที่ตัวเธอเก็บแหวนประหลาดได้ภายในบ้าน ไม่นานนักเธอก็เริ่มเห็นเงาวูบไหวในแบบเดียวกับแฟรนนี่เคยเห็น เธอจึงพยายามคาดคั้นให้จอร์จเล่าความจริงของบ้านหลังนี้ แต่ก็ดูเหมือนฝ่ายชายจะมองเป็นเรื่องไร้สาระและความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เริ่มเกิดรอยร้าวทีละเล็ก

อาการจิตหลอนของแคทเธอรีนอาจจะมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการชอบรับประทานอาหารและไปล้วงคอเอาออก (โรคบูลีเมีย) มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนจอร์จเองมองว่าเพราะอาการเรื้อรังเหล่านี้อาจจะส่งผลให้แคทเธอรีนสุขภาพจิตแย่ลง และเมื่อจอร์จมองว่าภรรยาของเธออยู่ในสภาพจิตใจแปรปรวน เขาเลยเลือกจะแอบไปหลับนอนกับวัยรุ่นสาวท้องถิ่น จากครั้งแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นานวันเข้าไปจอร์จเองก็เริ่มถลำลึกขึ้นไปทุกที

อันที่จริงหนังเลือกจะเปิดฉากแรกบนจอด้วยการหยิบประโยคของเอ็มมานูเอล สวีเดนบอร์ก “ผมประกาศได้ว่า สิ่งที่อยู่บนสรวงสวรรค์นั้นเป็นจริง ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก” มาบอกใบ้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในหนัง จากนั้นภาพวาดที่ถ่ายทอดทัศนียภาพซึ่งอนุมานได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับสวรรค์ ได้ถูกฉายผ่านสไลด์โปรเจ็คเตอร์ ก่อนจะกลายเป็นภาพวิวทิวทัศน์ในโลกแห่งความจริงในช่วงฤดูหนาวปี 1980 ซึ่งเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในหนังทั้งหมด โดยจอร์จได้ขับรถกลับมาที่บ้านก่อนที่เขาจะพบว่ามีหยดเลือดไหลลงมาจากห้องนอนและเปรอะเปื้อนรถของเขาเต็มไปหมด

จากนั้นหนังก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ย้อนกลับไปว่า ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนี้กันแน่ อันที่จริงแล้วหนังถูกเล่าผ่านสายตาของแคทเธอรีนว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างไรบ้าง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ค่อยจะมีความสุขนักกับบ้านหลังใหม่ ก่อนที่เหตุการณ์ประหลาดจะเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวแคทเธอรีนเองกลับไม่ได้รู้สึกวิตกจริตและเสียสติในแบบที่ตัวละครในหนังบ้านผีสิงเรื่องอื่นๆมักจะเป็นกัน แต่เธอกลับพยายามค้นหาคำตอบในฐานะของ “ลูกบ้าน” ที่พยายามทำความรู้จักกับอดีตของสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้นและพยายามจะ “อยู่ร่วม” กับผีให้ได้มากที่สุด

เมื่อหนังเปิดเผยความจริงที่ว่าการปรากฏตัวของวิญญาณในหนังเรื่องนี้ “เธอ” มาเพื่อจะบอกอะไรบางอย่างให้กับแคทเธอรีนได้รู้ความจริงของคนใกล้ตัว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล คนๆนั้นก็คือจอร์จสามีของเธอเองที่เก็บงำความลับมากมาย จนตัวแคทเธอรีนเองก็อาจจะคิดไม่ถึงว่าคนที่ร่วมหมอนหลับนอนกันจนมีลูกด้วยกันจะเป็นคนที่เธออาจจะไม่เคยรู้จักเขาอย่างแท้จริงเลยก็ได้

จะเห็นได้ว่าเมื่อหนังพยายามย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ของครอบครัวสมิท เจ้าของบ้านหลังที่เธออาศัยอยู่นั้น เธอได้ค้นพบความจริงที่ว่า “ผู้หญิง” ในบ้านหลังนี้ล้วนแล้วแต่กลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงที่ถูกกระทำโดยสามีของตัวเองมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น และสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างก็เปรียบเสมือนภาพซ้ำ ที่เปลี่ยนตัวละครไปเรื่อย แต่แก่นแท้ของสาเหตุนั้นกลับเป็นเรื่องเดิมๆ

หนึ่งในฉากที่ดีที่สุดของ Things Heard & Seen คือฉากที่ฟลอยด์ (เอฟ มัวเรย์ เอบราห์ม) หัวหน้าภาควิชาศิลปะประจำมหาวิทยาลัย ได้เดินทางมากินข้าวที่บ้านของจอร์จ พร้อมกับเจอแคทเธอรีนที่กำลังอ่านหนังสือของฟลอยด์ที่กำลังอ่านหนังสือ From Things Heard & Seen ซึ่งว่าด้วยการเดินทางของวิญญาณไปสู่โลกแห่งความตาย หลังจากที่แคทเธอรีนได้พาฟลอยด์ไปเดินชมบ้าน เขาก็ได้เห็นแสงทองประหลาด ก่อนที่เขาจะถามแคทเธอรีนว่าพวกเราไม่ได้อยู่กันตามลำพังใช่ไหม เมื่อฟลอยด์มองตาแคทเธอรีน ทุกอย่างในใจของเธอก็พรั่งพรูออกมา ราวกับเธอได้พบกับใครสักคนที่สามารถจะเข้าใจเธอเสียที

น่าเสียดายที่เมื่อทุกอย่างเริ่มดำเนินไปสู่จุดพลิกผันนั้น Things Heard & Seen เลือกที่จะบอกคนดูว่าบางครั้งชัยชนะของการพิสูจน์ความจริงนั้น อาจจะต้องยอมแลกกับชีวิตของใครสักคน เพียงเพื่อจะให้ความชั่วร้ายของชายสักคนเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม แต่ในอีกนัยหนึ่งมันก็กลับสะท้อนความจริงที่สอดรับกับสถานการณ์ในบางประเทศอย่างน่าประหลาดเช่นกัน

You may also like

สนามบินฮีทโธรว์สูญเสียหนักวอนรัฐเปิดกว้างการเดินทาง

ฮีทโธรว์ช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลก เคยเป็นสนามบินที่มีนักเดินทางผ่านเข้าออก มากที่สุดในยุโรป นายจอห์น ฮอลแลนด์-เคย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโธรว์ เผยเมื่อวันจันทร์ ว่า ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีผู้โดยสารเดินทางผ่านฮีทโธรว์ ไม่ถึง 4 ล้านคน ซึ่งผู้โดยสารจำนวนนี้ ใช้เวลาเพียงแค่ 18 วันในปี 2562

คุณค่าและความจริงของข้อมูล บิ๊กดาต้า

คุณค่าและความจริงของข้อมูล บิ๊กดาต้า ในปัจจุบัน Big Data ได้กลายเป็นทุนหรือทรัพย์สินไปแล้ว ในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางบริษัทมูลค่าของบริษัทเกิดมาจากข้อมูลของเขา และในขณะนี้เขาก็วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อเพิ่มมูลค่าของข้อมูลให้สูงชึ้นไปอีก

หมอเฟาซีชี้ผู้ป่วยโควิดในสหรัฐ “กลับมาเพิ่มโดยไม่จำเป็น”

นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอช ) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ที่จำนวนผู้ป่วยยืนยันรายวันกลับมา “เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด” ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ “เดลตา” ว่า “เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น” เมื่อพบว่า ผู้ติดเชื้อในระยะหลังยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

หนังใหม่ : Awake ดับฝันวันสิ้นโลก

หนังใหม่ : Awake ดับฝันวันสิ้นโลก เป็นหนังระทึกขวัญที่เหมาะแก่การดูในเวลาว่าง ๆ เป็นเรื่องที่มีพล็อตเรื่องแปลกใหม่เกี่ยวกับมนุษย์ทุกคนที่จู่ ๆ ก็เกิดอาการนอนไม่หลับ ยิ่งเวลาผ่านไปก็จะเกิดอาการหลอนขึ้นเรื่อย ๆ ขอบอกเลยว่าชวนให้ลุ้นระทึกในขณะที่ดูแน่นอน จะสนุกขนาดไหนมาอ่านเนื้อเรื่องกันเลยค่ะ

Back to Top