“ทำไมฉีดวัคซีนแล้ว ยังเสี่ยงติดโควิด-19”

ในขณะที่ทั่วโลกเดินหน้าฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แล้วหลายพันล้านคน แต่ก็ยังคงมีรายงานการติดเชื้อในผู้ที่รับวัคซีนแล้วเกิดขึ้นต่อเนื่อง
แม้แต่การติดเชื้อโดยธรรมชาติเอง ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่กลับมาติดเชื้อซ้ำ และไม่มีภูมิคุ้มกันใดที่สามารถปกป้องได้ 100 เปอร์เซ็นต์
ตราบใดที่ยังคงมีการระบาดของไวรัสมรณะไปทั่วโลก เชื้อโควิด-19 ก็ยังเป็นภัยคุกคามต่อทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่ฉีดวัคซีนแล้ว

ถึงแม้ว่าวัคซีนจะเป็นเหมือนเกราะป้องกันอาการป่วยที่รุนแรงที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่มีวัคซีนตัวใดที่ป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะไปติดเชื้อไวรัส หรือมีการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่นได้ และยิ่งมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในชุมชนเป็นวงกว้าง ก็จะยิ่งมีโอกาสในการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และก็พบส่วนน้อยที่อาการป่วยจะรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ ที่จะต้องเผชิญกับผลพวงระยะยาวจากการติดเชื้อโควิด-19 เช่น อ่อนเพลีย หายใจลำบาก และยังมีอาการเจ็บป่วยระยะยาวอื่นๆ ที่มักจะพบในผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากอาการโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันอาการเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

ปัจจัยหลักสำคัญ 3 ประการที่ทำให้เกิดการติดเชื้อกับผู้ที่รับวัคซีนแล้ว

ปัจจัยประการแรกคือ ตัวของไวรัส : การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดการระบาดได้มากขึ้น และยังสามารถปรับตัวหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ซึ่งทั่วโลกต่างก็เจอเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่หลากหลาย ทำให้ยากต่อการสกัดการระบาด

ปัจจัยประการที่ 2 คือ ตัวของวัคซีน : โดยวัคซีนที่มีใช้งานกันอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นวัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ป้องกันอาการป่วยรุนแรงโดยเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีการระบาดทั่วไป ซึ่งข้อมูลจากการวิจัยล่าสุดวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยี mRNA อย่างของค่ายโมเดอร์นา ไฟเซอร์ ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้มากที่สุดในเวลานี้ โดยผลวิจัยยังแนะนำชัดเจนว่าการที่จะให้วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุดจะต้องได้รับวัคซีนให้ครบโดส ซึ่งระยะห่างระหว่าง 2 เข็มจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึง 12 สัปดาห์ ตามแต่ชนิดของวัคซีน และก็อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ราว 2 สัปดาห์ หรืออาจจะถึงเดือนจากการรับวัคซีนเข็มสุดท้ายก่อนที่วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่วัคซีนอาจจะด้อยประสิทธิภาพลงจากปัญหาในขั้นตอนการผลิต หรือการเก็บรักษาและการขนส่งที่ไม่เหมาะสม

ปัจจัยประการที่ 3 การตอบสนองของวัคซีนของแต่ละบุคคล : แม้ว่าบางคนจะได้รับวัคซีนที่ได้ชื่อว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าภูมิคุ้มกันของผู้รับจะขึ้นในระดับสูงเหมือนกันทุกคน เนื่องจากร่างกายของบางคนไม่ตอบสนองต่อวัคซีน ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ขึ้นถึงระดับที่จะป้องกันไวรัสได้ ซึ่งมักจะเกิดกับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ต้องกินยาบางอย่าง หรือแม้แต่คนที่มีภูมิคุ้มกันดี ก็อาจมีแนวโน้มที่ภูมิจะตกลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่นักวิจัยเองก็ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าภูมิจะลดลงในระยะเวลาเท่าใด

การติดเชื้อสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วพบมากน้อยเพียงใด?

เป็นการยากที่จะติดตามตัวเลขนี้ เพราะหลายประเทศเริ่มมีการตรวจคัดกรองเชื้อกันลดลง หลังจากที่มีการกระจายวัคซีนให้ประชาชนได้มากขึ้น อย่างในสหรัฐอเมริกา มีรายงานผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากรับวัคซีนแล้ว 10,262 ราย ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนจนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีชาวอเมริกันได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ไปแล้ว 133 ล้านคน ซึ่งนับเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 10,000 ราย แต่เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะมีมากกว่าที่รายงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอีกจำนวนมาก ขณะที่ผลการศึกษาจากเรือนจำในโรดไอแลนด์ ที่มีการตรวจคัดกรองเชื้อให้กับนักโทษและผู้คุมเป็นประจำทุกสัปดาห์ พบว่า มีผู้ที่ติดเชื้อโควิดแม้จะฉีดวัคซีนแล้ว 27 คนจากทั้งหมด 2,380 คน ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา

เรารู้อะไรเกี่ยวกับการติดเชื้อของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วบ้าง?

มีหลักฐานบางส่วนที่ยืนยันว่า ผู้ที่ติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนแล้วจะมีอาการป่วยรุนแรงน้อยลง โดยนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ได้หยุดการติดตามยอดผู้ติดเชื้อในหมู่ผู้ที่รับวัคซีนแล้ว โดยนับจนถึง 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อในกลุ่มคนที่รับวัคซีนที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 3,733 คน และมีผู้เสียชีวิต 791 ศพ ขณะที่ภาพรวมของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ราว 97 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยจนถึงขณะนี้ยังมีประชากรชาวอเมริกันอีก 44 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนสักโดสเดียว

ข้อมูลผู้รับวัคซีนที่ติดโควิดจากประเทศต่างๆ

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อิสราเอลเป็นประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนมากที่สุดในโลก แต่ก็มีรายงานผู้ที่รับวัคซีนแล้ว ติดเชื้อโควิด และต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจนถึงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเกือบ 400 ราย ในจำนวนนี้มีอาการป่วยรุนแรง 234 รายและเสียชีวิต 90 ศพ ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลด้วยว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อที่รับวัคซีนแล้ว มีความเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากอาการป่วยที่มีอยู่เดิม เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจล้มเหลว เช่นเดียวกับการกินยารักษาอาการอื่นๆ ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

วัคซีนต้านโควิดมีประสิทธิภาพในการปกป้องได้แค่ไหน?

ในขั้นตอนการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 จะพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพตั้งแต่ 50-95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการวัดจากกลุ่มอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมทดลอง แต่หากดูเป็นรายบุคคลตัวเลขประสิทธิภาพที่ระบุว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จะหมายถึง ความเสี่ยงที่บุคคลคนนั้นจะล้มป่วยจะอยู่ที่ราว 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของวัคซีนในโลกของความเป็นจริง อาจจะไม่ได้ตรงกับตัวเลขของการทดลองที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมเสมอไป และทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผลก็สามารถแตกต่างกันออกไปตามแต่กลุ่มของประชากร ช่วงเวลา และสถานการณ์แวดล้อมอื่นๆ อย่างเชื้อกลายพันธุ์ และระบบสาธารณสุขของพื้นที่นั้นๆ

ผู้ที่รับวัคซีนแล้วจะมีโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อหรือไม่

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่รับวัคซีนแล้วมีโอกาสที่จะแพร่กระจายเชื้อได้น้อยกว่าคนที่ยังไม่รับวัคซีน โดยผลจากการศึกษาในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในสกอตแลนด์ ในช่วงปลายปี 2020 และต้นปี 2021 พบว่าการติดเชื้อภายในครัวเรือนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนแล้ว น้อยกว่าครัวเรือนของกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การศึกษาในอังกฤษที่มีการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าสมาชิกในบ้านของคนไข้ที่รับวัคซีนแล้วมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าคนไข้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนราว 40-50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่รับวัคซีนแล้ว ยังมีระยะเวลาสั้นลง และมีปริมาณเชื้อไวรัสน้อยกว่า จึงช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไปยังผู้อื่นได้ดีขึ้น

วัคซีนเข็มสามกระตุ้นภูมิจะใช่คำตอบหรือไม่?

หลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเร่งหาวัคซีนทางเลือกเพื่อมาใช้เป็นวัคซีนเข็ม 3 กระตุ้นภูมิ หลังจากที่ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวค หรือซิโนฟาร์มจากจีนเข็ม 1 และ 2 ไปแล้ว แม้จะยังมีหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการรับวัคซีนเข็มที่ 3

ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และสาธารณสุขระบุว่า แม้ว่าในอนาคตอาจจะจำเป็นต้องใช้วัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 แต่ก็ยังคงไม่มีข้อมูลที่เพียงพอที่จะสรุปได้ในเวลานี้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังคงถกเถียงกันในประเด็นนี้ และยังมองว่าควรจะต้องนำวัคซีนที่มีไปฉีดให้แก่คนทั่วโลกที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียวก่อนหรือไม่.

You may also like

ปัญหาการขาดแคลนถ่านหินและคลื่นความร้อนจุดชนวนอำนาจของอินเดีย

โรงงานสินค้าวิศวกรรมของศูนย์การค้า Sandeep Mall ติดกับกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ต้องเผชิญกับการไฟฟ้าดับหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งอาจถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

ใช่จริงๆขนของเจ้านี้ รถรับจ้าง รถ6ล้อรับจ้างจุฬาลงกรณ์

ใช่จริงๆขนของเจ้านี้ รถรับจ้าง รถ6ล้อรับจ้างจุฬาลงกรณ์ ความไว้วางใจต่อ รถหกล้อรับจ้างขนของจุฬาลงกรณ์ อยู่ที่ความเชื่อใจว่าคุณต้องการใช้บริการ รถรับจ้างขนย้ายบ้านขนย้ายรถมอเตอร์ไซค์ ขนย้ายตู้เย็น ขนย้ายเครื่องซักผ้า ขนย้ายสัตว์เลี้ยง คนย้ายหอพัก คอนโด เรียกใช้รถรับจ้างที่มีมากกว่าหกล้อได้เช่น เช่นรถสิบล้อรถคอกรับจ้าง รถกระบะตู้ทึบรับจ้าง รถ back home up รับจ้าง...

สาธารณูปโภคผลักดันการเติบโตของแผงโซลาร์เซลล์บนชั้นดาดฟ้า

หนึ่งในความตื่นเต้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ Lynn Krell และสามีของเธอได้รับหลังจากพวกเขาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของ Hattiesburg รัฐ Mississippi ที่บ้านกำลังเฝ้าดูมิเตอร์ไฟฟ้าของพวกเขาทำงานถอยหลังเนื่องจากยูทิลิตี้ของพวกเขาให้เครดิตกับพลังงานส่วนเกินที่พวกเขาขายกลับไปที่กริด

รถรับจ้างขนของ รถ 6 ล้อรับจ้างขนของแพร่ เลือกใช้บริการ แล้วแต่ความต้องการ

รถรับจ้างขนของ รถ 6 ล้อรับจ้างขนของแพร่ เลือกใช้บริการ แล้วแต่ความต้องการ รถ 6 ล้อรับจ้างภาคเหนือ จังหวัดแพร่ ที่รับขนย้ายบ้าน รับจ้างขนของ ขนย้ายสินค้า ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ขนย้ายเครื่องจักร ย้ายบ้าน ย้ายหอ ขนเครื่องจักร และขนสินค้าทั่วไป ปัจจุบันมีหลายบริษัท ขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าจะเลือกใช้บริการ...

Back to Top